รีวิว
รีวิว The Last of Us Part II Remastered (PlayStation 5)
หากมีเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการฟื้นฟูเรื่องราวของโจเอลและเอลลี่ในโลกหลังวันสิ้นโลก ก็จะเป็นเวลานี้ ในเวอร์ชันใหม่ของ Naughty Dog ที่มีชื่อว่า The Last of Us Part II Remastered และแม้ว่าฉันจะเสียเวลาไปกับการเล่นเกมนี้อีกครั้ง แต่ฉันก็รู้สึกพอใจ ฉันรู้สึกพอใจเพราะฉันรู้ว่าฉันจะได้รับอะไร และฉันไม่ต้องเสียใจอีกครั้งเหมือนเมื่อครั้งก่อน
แน่นอนว่าฉันจะยอมรับว่าฉันไม่แน่ใจว่าเกมนี้จำเป็นต้องมีการปรับปรุงหรือไม่ แต่เกมนี้ก็ยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น โหมด No Return ที่ผู้เล่นสามารถเล่นเป็นตัวละครที่ไม่สามารถเล่นได้ในเวอร์ชันก่อนหน้า และโหมด Lost Levels ที่มีเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกใส่ลงในเกมเวอร์ชันก่อนหน้า
ย้อนกลับมาคิดถึง

The Last of Us Part II Remastered มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น โหมด No Return และ Lost Levels ที่ผู้เล่นสามารถเล่นเป็นตัวละครที่ไม่สามารถเล่นได้ในเวอร์ชันก่อนหน้า และเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกใส่ลงในเกมเวอร์ชันก่อนหน้า
เกมนี้ยังมีการปรับปรุงกราฟฟิกและเสียงที่ดีขึ้น และมีโหมด Fidelity Mode ที่ให้ความละเอียด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และโหมด Performance Mode ที่ให้ความละเอียด 1440p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที
มากกว่าแค่พอร์ต

เกมนี้ยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น โหมด No Return และ Lost Levels ที่ผู้เล่นสามารถเล่นเป็นตัวละครที่ไม่สามารถเล่นได้ในเวอร์ชันก่อนหน้า และเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกใส่ลงในเกมเวอร์ชันก่อนหน้า
กลับมาบ้าน

หากคุณยังไม่ได้เล่นเกมนี้ ฉันขอแนะนำให้คุณเล่น The Last of Us Part II Remastered เพราะเกมนี้มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกใส่ลงในเกมเวอร์ชันก่อนหน้า
คำตัดสิน

หากคุณยังไม่ได้เล่นเกมนี้ ฉันขอแนะนำให้คุณเล่น The Last of Us Part II Remastered เพราะเกมนี้มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกใส่ลงในเกมเวอร์ชันก่อนหน้า
รีวิว The Last of Us Part II Remastered (PlayStation 5)
All Killer, No Filler
The Last of Us Part II Remastered มีการปรับปรุงกราฟฟิกและเสียงที่ดีขึ้น และมีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น โหมด No Return และ Lost Levels









