ที่ดีที่สุด
10 เกมแนวแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดบน PS5
พบกับเกมแพลตฟอร์ม PS5 10 เกมสำหรับการผจญภัยคนเดียว การสำรวจ และการเล่นร่วมกันสองคน รวมถึง Astro Bot, Split Fiction และ Hollow Knight: Silksong
เกมแนวแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดบน PS5 ไม่ได้ท้าทายทักษะแบบเดียวกันทั้งหมด บางเกมเป็นการผจญภัยแสนสนุกที่ชวนให้เดินสำรวจโลกสีสันสดใส ส่วนบางเกมทำให้การกระโดดข้ามจุดยาก ๆ กลายเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ที่น่าภูมิใจ เกมที่คัดมานี้มีทั้งเกมที่วางจำหน่ายบน PS5 โดยตรงและเกม PS4 ที่เล่นได้บนเครื่อง พร้อมการผจญภัยแบบเล่นคนเดียวและเกมที่ออกแบบมาสำหรับผู้เล่นสองคน เนื้อเรื่องมีความเบาสบาย และคำอธิบายแต่ละเกมจะชี้ให้เห็นว่าการสำรวจ การต่อสู้ หรือการร่วมมือกันแก้ปัญหาส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นอย่างไร ไม่ว่าคุณกำลังมองหาเกมสำหรับค่ำคืนสบาย ๆ ความท้าทายที่จริงจัง หรือเหตุผลที่จะยื่นจอยอีกอันให้ใครสักคน เกมทั้งสิบเกมนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
หากอยากลองเกมแนวอื่น คู่มือ เกม Mario ที่น่าเล่น ของเราก็มีตัวเลือกให้เปรียบเทียบอย่างเป็นประโยชน์
10. Sackboy: A Big Adventure
Sackboy ออกเดินทางไปทั่ว Craftworld เพื่อช่วยเพื่อน ๆ จาก Vex ผู้มีแผนการแสนร้ายกาจสำหรับบ้านอันร่าเริงของพวกเขา เนื้อเรื่องเรียบง่ายพอที่จะไม่เบี่ยงเบนความสนใจจากด่านที่มีพื้นผิวชวนสัมผัสราวกับของเล่น เต็มไปด้วยของสะสมและอุปสรรคแสนสนุก เกมนี้เล่นคนเดียวได้ แต่โหมดผู้เล่นหลายคนบนหน้าจอเดียวกันก็ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เลือกเกมนี้หากชอบการควบคุมที่เข้าถึงง่ายและการนำเสนอที่เป็นมิตร มากกว่าผังความสามารถขนาดใหญ่ ส่วนความท้าทายในช่วงท้ายก็ยังมีเป้าหมายให้ผู้เล่นที่มั่นใจยิ่งขึ้นได้มุ่งไปให้ถึง
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — PlayStation รับชมบน YouTube
9. Yooka-Replaylee
Yooka-Replaylee พาผู้เล่นกลับไปสัมผัสการผจญภัยของกิ้งก่ากับค้างคาวที่พยายามหยุดยั้งวายร้ายในโลกธุรกิจไม่ให้ขโมยหนังสือทั้งหมดบนโลก ด่านกว้างใหญ่ของเกมออกแบบมาให้เดินสำรวจ เก็บของ และมองหาสถานที่ที่อยากกลับไปเยือนอีกครั้ง การนำเสนอที่สร้างขึ้นใหม่และระบบที่ปรับปรุงใหม่ทำให้เวอร์ชันนี้เหมาะแก่การนำไปพิจารณาเทียบกับเกมแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ แทนที่จะมองว่า Yooka-Laylee ภาคดั้งเดิมเป็นตัวเลือกเดียว เลือกเกมนี้หากคุณชอบค่อย ๆ สำรวจทุกซอกทุกมุม โดยมีตัวละครแปลก ๆ มากมายเข้ามาขัดจังหวะการเดินทาง
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — PlayStation รับชมบน YouTube
8. Crash Bandicoot 4: It’s About Time
Crash กับ Coco ต้องรับมือกับภัยพิบัติข้ามมิติอีกครั้ง จึงมีเหตุให้ It’s About Time พาทั้งคู่ผ่านด่านที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว หน้ากากช่วยเพิ่มวิธีใหม่ ๆ ในการโต้ตอบกับแท่นและสิ่งกีดขวาง โดยยังคงรักษารูปแบบการวิ่งและกระโดดอย่างแม่นยำซึ่งเป็นหัวใจของซีรีส์นี้ไว้ เวอร์ชัน PS5 คือเวอร์ชันที่ควรนำมาพิจารณาในที่นี้ และเกมนี้ก็เป็นหนึ่งในเกมแพลตฟอร์มแบบดั้งเดิมที่ท้าทายกว่าหลายเกมในรายการ การเล่นจบด่านกับการเก็บรายละเอียดทุกอย่างในด่านให้ครบเป็นภารกิจที่ต่างกันมาก จึงไม่ต้องรู้สึกว่าต้องตามเก็บของสะสมทุกชิ้นทันที
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — PlayStation รับชมบน YouTube
7. It Takes Two
Cody กับ May กลายเป็นตุ๊กตาตัวจิ๋ว และต้องร่วมมือกันเดินทางผ่านบ้านที่จู่ ๆ ก็ดูใหญ่โตมโหฬาร It Takes Two ใช้แนวคิดนี้เพื่อเปลี่ยนเครื่องมือที่ผู้เล่นแต่ละคนใช้แก้ปัญหาอยู่เสมอ ตั้งแต่ความสามารถในการเคลื่อนที่ไปจนถึงฉากร่วมมือกันที่ออกแบบอย่างซับซ้อน เกมนี้ต้องเล่นสองคน และไม่มีเนื้อเรื่องโหมดเล่นคนเดียวให้ใช้แทนการร่วมมือกัน เลือกเกมนี้เมื่อมีใครสักคนพร้อมสื่อสาร ทดลองเล่น และหัวเราะไปกับแผนที่ล้มเหลวเป็นครั้งคราว เรื่องราวความสัมพันธ์ช่วยขับเคลื่อนการผจญภัย แต่เสน่ห์สำคัญยิ่งกว่าคือความหลากหลายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — Electronic Arts รับชมบน YouTube
6. Prince of Persia: The Lost Crown
Sargon เดินทางเข้าสู่ Mount Qaf เพื่อช่วยเจ้าชายที่ถูกลักพาตัว แต่กลับพบสถานที่ที่เวลาทำงานผิดแปลกไปอย่างยิ่ง The Lost Crown ผสานการเคลื่อนไหวแบบเลื่อนฉากด้านข้างที่ตอบสนองฉับไวเข้ากับการต่อสู้ ปริศนา และแผนที่ที่ค่อย ๆ เปิดออกเมื่อความสามารถของคุณเพิ่มขึ้น เกมนี้เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบย้อนกลับไปเผชิญอุปสรรคเดิมพร้อมเครื่องมือที่เคยขาดไปอย่างพอดี เนื้อเรื่องช่วยผลักดันการค้นหาให้ดำเนินต่อ แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เล่นต่อ เลือกเกมนี้หากต้องการความสมดุลที่ลงตัวระหว่างการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างแม่นยำ การสำรวจ และแอ็กชัน แทนที่จะเล่นผ่านด่านที่แยกขาดจากกัน
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — Ubisoft รับชมบน YouTube
5. Sonic X Shadow Generations
ชุดเกมนี้ประกอบด้วย Sonic Generations และการผจญภัยของ Shadow ที่แยกต่างหาก จึงนำเสนอแนวทางการเล่นเกมแพลตฟอร์มความเร็วสูงที่เกี่ยวข้องกันสองแบบ ฝั่งของ Sonic พาผู้เล่นกลับไปยังสถานที่คุ้นเคยผ่านรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกัน ส่วนแคมเปญของ Shadow ก็เพิ่มความสามารถเฉพาะตัวและเนื้อเรื่องที่มืดหม่นกว่า ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะเกมชุดนี้เป็นการรวมประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่แคมเปญเดียวที่เล่นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เลือกเกมนี้หากสิ่งที่ดึงดูดใจเป็นหลักคือความเร็ว การเล่นด่านซ้ำ และการหาเส้นทางที่ลื่นไหลกว่าเดิม คุณสนุกกับการเคลื่อนไหวได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจการอ้างอิงถึงเกมภาคก่อน ๆ ทุกจุด
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — Sonic the Hedgehog รับชมบน YouTube.
4. Split Fiction
Mio และ Zoe เป็นนักเขียนที่เรื่องราวของพวกเธอกลายเป็นสถานที่ซึ่งทั้งคู่ต้องเอาชีวิตรอดไปด้วยกัน Split Fiction สลับไปมาระหว่างแนวไซไฟกับแฟนตาซี โดยใช้จินตนาการที่แตกต่างกันของทั้งคู่มาสร้างโจทย์ใหม่ในการร่วมมือกัน เช่นเดียวกับ It Takes Two เกมนี้ออกแบบมาให้เล่นสองคน ไม่ใช่เล่นคนเดียว ความสนุกอยู่ที่การได้ค้นพบว่าความสามารถคู่ถัดไปจะทำงานร่วมกันอย่างไร ดังนั้นยิ่งรู้น้อยเกี่ยวกับแต่ละช่วงของเกมก็ยิ่งดี เลือกเล่นเกมนี้หากต้องการผจญภัยร่วมกันที่เปลี่ยนทั้งฉากและวิธีการเคลื่อนที่อยู่เสมอ
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — Electronic Arts รับชมบน YouTube.
3. Hollow Knight: Silksong
Hornet มาถึงอาณาจักร Pharloom ที่ไม่คุ้นเคย และเริ่มปีนฝ่าดินแดนอันตรายที่เชื่อมโยงถึงกัน Silksong ผสานการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วเข้ากับการต่อสู้และการสำรวจ จึงมอบประสบการณ์ที่ต่างจากเกมแพลตฟอร์มมาสคอตที่เล่นสบาย ๆ เส้นทางใหม่ ๆ มักบังคับให้ต้องใส่ใจกับเครื่องมือที่มีและสถานที่ที่ก่อนหน้านี้เข้าไปไม่ถึง เลือกเกมนี้หากต้องการความพึงพอใจจากการเรียนรู้โลกที่ไม่เป็นมิตร และเตรียมรับมือกับอุปสรรคระหว่างทาง บรรยากาศและปริศนาของเกมจะสัมผัสได้ดีที่สุดเมื่อเล่นโดยไม่อ่านสรุปเนื้อเรื่องอย่างละเอียด
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — Team Cherry รับชมบน YouTube.
2. Ratchet & Clank: Rift Apart
Ratchet กับ Clank ถูกแยกจากกัน เมื่อปัญหาด้านมิติเปิดทางไปสู่อีกเวอร์ชันหนึ่งของจักรวาล Rift Apart นำแนวคิดนี้มาต่อยอดเป็นเกมแอ็กชันผจญภัยสีสันสดใส อัดแน่นด้วยอาวุธแปลกใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ให้ค้นพบ และตัวละคร Lombax ที่เล่นได้อีกตัวชื่อ Rivet การยิงปืนมีบทบาทโดดเด่นพอ ๆ กับการกระโดดและการสำรวจ จึงเหมาะกว่าสำหรับคนที่ต้องการเกมผจญภัยแนวแพลตฟอร์มที่มีการต่อสู้อย่างเข้มข้น งานนำเสนอเป็นจุดดึงดูดสำคัญ แต่โทนที่เป็นมิตรยังทำให้เกมนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เล่นได้ง่าย แม้ไม่รู้จักซีรีส์นี้มาก่อน
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — PlayStation รับชมบน YouTube.
1. Astro Bot
Astro ออกเดินทางตามหาลูกเรือที่กระจัดกระจาย หลังยานของพวกเขาถูกโจมตี ภารกิจกู้ภัยจึงกลายเป็นการเดินทางผ่านโลกแนวแพลตฟอร์มที่เปี่ยมด้วยไอเดีย เสน่ห์ของเกมอยู่ที่แต่ละด่านมอบสิ่งใหม่ให้สำรวจได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำให้การควบคุมซับซ้อนเกินไป นี่คือการผจญภัยเต็มรูปแบบที่แยกต่างหากจาก Astro’s Playroom ซึ่งเป็นเกมที่มาพร้อมกับเครื่อง PS5 เลือก Astro Bot เป็นเกมแรกหากต้องการเกมแพลตฟอร์มเล่นคนเดียวที่เป็นมิตรกับผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม แต่ยังให้รางวัลแก่การสำรวจอย่างละเอียด ตัวละครคุ้นหน้าจาก PlayStation ช่วยเพิ่มสีสัน แต่การจำพวกเขาได้ถือเป็นโบนัส ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำการบ้านมาก่อน
วิดีโอโปรโมตเกมอย่างเป็นทางการ — PlayStation รับชมบน YouTube.
ควรเริ่มเล่นเกมไหนก่อน?
Astro Bot เป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่เล่นง่ายที่สุดสำหรับการผจญภัยคนเดียว ส่วน Sackboy เหมาะกับค่ำคืนที่อยากเล่นสนุกกับคนอื่นมากกว่า เลือก Split Fiction หรือ It Takes Two ก็ต่อเมื่อมีผู้เล่นอีกคนพร้อมเข้าร่วม หากต้องการความท้าทายที่ยากขึ้น Crash 4 และ Silksong จะทดสอบจังหวะและความอดทนในรูปแบบที่แตกต่างกันมาก ส่วน Rift Apart เหมาะกว่าเมื่อคลังอาวุธสุดสร้างสรรค์มีความสำคัญพอ ๆ กับการกระโดด
หากต้องการตัวเลือกเพิ่มเติม ดู เกม Sonic น่าเล่น.











