ที่ดีที่สุด
10 เกมต่อสู้แนวอินดี้ที่น่าเล่นที่สุด
พบกับเกมต่อสู้อิสระ 10 เกม ตั้งแต่ Rivals of Aether II ไปจนถึงเกมดวลเชิงกลยุทธ์ พร้อมคำแนะนำแนวเกมที่ชัดเจนและตัวอย่างอย่างเป็นทางการบน YouTube
เกมต่อสู้แนวอินดี้สามารถนำแนวคิดที่คุ้นเคยไปต่อยอดได้หลากหลายอย่างน่าทึ่ง บางเกมลดการต่อสู้ให้เหลือเพียงการคุมระยะกับท่าไม่กี่ท่า ขณะที่บางเกมสร้างระบบแท็กที่ซับซ้อน หรือถึงขั้นเปลี่ยนการต่อสู้ให้เป็นชุดการตัดสินใจที่วางแผนไว้ล่วงหน้า เกมทั้ง 10 เกมนี้น่าพิจารณาจากแนวทางที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าทุกเกมจะมีผู้เล่นออนไลน์จำนวนมาก ก่อนเลือกเกมโดยเน้นการจับคู่ต่อสู้ ควรตรวจสอบความเคลื่อนไหวล่าสุด ตัวเลือกการเล่นในพื้นที่เดียวกัน และแหล่งข้อมูลจากชุมชนด้วย Fraymakers ยังเป็นเกมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเปิดให้เล่นก่อนวางจำหน่ายเต็มรูปแบบ ดังนั้นขอบเขตของเกมอาจเปลี่ยนแปลงได้
หากต้องการดูแฟรนไชส์เกมต่อสู้ขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันควบคู่ไปกับเกมอินดี้เหล่านี้ อ่านคู่มือ เกมต่อสู้บน PC ที่ดีที่สุด ของเราได้
10. Fight of Animals
Fight of Animals นำตัวละครสัตว์ที่ได้แรงบันดาลใจจากอินเทอร์เน็ตมาสร้างเป็นเกมต่อสู้ขนาดกะทัดรัดที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรายชื่อตัวละครขนาดเล็กและการนำเสนอที่สนุกสนาน แทนที่จะต้องเรียนรู้ระบบจำนวนมากจากแฟรนไชส์ใหญ่ แม้จะมีมุกตลกเป็นจุดเด่น แต่การคุมระยะและจังหวะก็ยังเป็นตัวตัดสินว่าการโจมตีเป็นความคิดที่ดีหรือไม่ ลองพิจารณาเกมนี้หากต้องการเล่นสบาย ๆ หรือเล่นกับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ ที่สนใจ แต่อย่าคิดไปเองว่าเกมต่อสู้เฉพาะกลุ่มที่ออกมานานแล้วจะมีคู่ต่อสู้ให้จับคู่ออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วเสมอไป
Fight of Animals 動物之鬪 – ตัวอย่างเปิดตัว (Steam & Switch) — Digital Crafter. รับชมบน YouTube.
9. FOOTSIES Rollback Edition
FOOTSIES ตัดองค์ประกอบรกรุงรังออกไปมาก เพื่อให้เห็นการช่วงชิงจังหวะระหว่างต่อสู้ได้อย่างชัดเจน เมื่อมีชุดท่าที่ตั้งใจออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก ก็สังเกตได้ง่ายขึ้นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาในระยะ โจมตีเร็วเกินไป หรือถูกลงโทษเพราะเลือกทำสิ่งที่คาดเดาได้ เกมนี้จึงมีประโยชน์ทั้งในฐานะเกมและเป็นเครื่องมือทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญของเกมแนวนี้ แม้จะใช้แทนการเรียนรู้ระบบทั้งหมดในเกมต่อสู้ขนาดใหญ่ไม่ได้ แต่บทเรียนเรื่องความอดทนและการรักษาระยะกลับนำไปปรับใช้ได้ดีเกินคาด
ตัวอย่างเปิดตัว FOOTSIES Rollback Edition — HiFight. รับชมบน YouTube.
8. Idol Showdown
Idol Showdown นำตัวละครจาก hololive มาสร้างเป็นเกมต่อสู้ที่แฟน ๆ ทำขึ้นเอง โดยมีเอกลักษณ์ด้านการต่อสู้ที่จริงจังกว่าที่อาจคาดคิดจากเกมครอสโอเวอร์เพื่อความแปลกใหม่ ท่าเฉพาะตัวละครและการประสานท่าช่วยเหลือเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ทดลอง ขณะที่รูปแบบการนำเสนอก็เฉลิมฉลองต้นฉบับ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจตัวละครหรือชอบสำรวจผลงานจากชุมชน เกมนี้พัฒนาโดยอิสระโดยมีตัวละครจาก hololive เป็นศูนย์กลาง และมีเอกลักษณ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนอย่างชัดเจน ก่อนติดตั้งโดยมีโหมดผู้เล่นหลายคนเป็นเหตุผลหลัก ควรตรวจสอบคู่มือจากชุมชนและความเคลื่อนไหวออนไลน์ในปัจจุบัน
【holo Indie】ตัวอย่าง Idol Showdown Next Fes Ninomae Ina’nis — holo Indie チャンネル. รับชมบน YouTube.
7. Fraymakers
Fraymakers เป็นเกมต่อสู้บนแพลตฟอร์มที่เปิดให้เล่นก่อนวางจำหน่ายเต็มรูปแบบ โดยมีตัวละครจากหลายเกมมารวมกัน รวมถึงตัวละครช่วยเหลือ ความสนุกอยู่ที่การผสมผสานการเคลื่อนไหวของตัวละครนักสู้เข้ากับเครื่องมือเสริมที่ใช้ได้ถูกจังหวะ ไม่ว่าจะเพื่อกดดันคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องหรือสร้างช่องว่างให้ฟื้นตัว เกมนี้น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ชอบจดจำตัวละครจากเกมอินดี้และเรียนรู้ว่าพวกเขาถูกปรับให้เข้ากับระบบต่อสู้อย่างไร มองรายชื่อตัวละครและฟีเจอร์ที่มีอยู่ในตอนนี้ว่าเป็นชุดเนื้อหาที่ยังพัฒนาได้ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะมีเนื้อหาครบถ้วนในเวอร์ชันสุดท้าย ก่อนซื้อเพราะต้องการเล่นโหมดใดโหมดหนึ่งหรือต้องการตัวละครที่จะเพิ่มในอนาคต ควรตรวจสอบข่าวอัปเดตการพัฒนา
📢 Among Us เข้าร่วม Fraymakers! 📢 ตัวอย่างเปิดตัวช่วงเล่นก่อนวางจำหน่ายเต็มรูปแบบ! — Fraymakers. รับชมบน YouTube.
6. Two Strikes
Two Strikes ทำให้การโจมตีเข้าเป้าอย่างจังส่งผลสำคัญ การต่อสู้ด้วยอาวุธเน้นเรื่องระยะ การตัดสินใจลงมือ และความเสี่ยงจากการเลือกพลาดเพียงครั้งเดียว จึงมีจังหวะการต่อสู้ที่แตกต่างจากการต่อคอมโบยาว ๆ อย่างมาก รูปแบบภาพประกอบช่วยเสริมแนวทางที่เน้นความกระชับนี้ โดยไม่ต้องอัดองค์ประกอบลงบนหน้าจอจนแน่น เลือกเกมนี้หากการดวลสั้น ๆ ที่ตึงเครียดฟังดูน่าสนใจกว่าการท่องจำลำดับท่ายาว ๆ ในโหมดฝึกซ้อม เกมนี้ยังต้องอาศัยการฝึกฝน แต่คำถามที่ต้องตอบมักเข้าใจง่ายว่า คุณเลือกจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเข้าไปในระยะโจมตีของคู่ต่อสู้หรือไม่
ตัวอย่างวันวางจำหน่าย Two Strikes — Entalto Publishing. รับชมบน YouTube.
5. Diesel Legacy: The Brazen Age
Diesel Legacy ให้ความสำคัญกับการประสานงานเป็นทีม โดยมีการต่อสู้แบบสองต่อสองที่เกิดขึ้นพร้อมกันและเลนที่ทำให้การยืนตำแหน่งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเลือกว่าจะอยู่ซ้ายหรือขวาเท่านั้น รูปแบบนี้เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมคอยคุ้มกันคุณ กดดันคู่ต่อสู้ หรือพลิกสถานการณ์ชุลมุนให้กลายเป็นความได้เปรียบได้ เกมนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับเพื่อนที่อยากร่วมมือกันภายในเกมต่อสู้ แทนที่จะผลัดกันดวลกับคู่ต่อสู้เพียงอย่างเดียว รูปแบบที่ไม่เหมือนใครยังทำให้ต้องปรับเปลี่ยนความเคยชินจากการดวลตัวต่อตัวแบบเดิม จึงควรให้ความสำคัญกับบทสอนและตัวเลือกการฝึกของเกมด้วย
Diesel Legacy: The Brazen Age – ตัวอย่างเปิดตัว | เกม PS5 — PlayStation รับชมบน YouTube.
4. Pocket Bravery
Pocket Bravery ใช้ภาพสีสันสดใสและกระชับ โดยยังคงเน้นพื้นฐานดั้งเดิมของเกมต่อสู้ ตัวละครที่มีเอกลักษณ์และระบบทรัพยากรเฉพาะช่วยให้คุณพัฒนาฝีมือได้มากกว่าการโจมตีธรรมดา แต่ภาพในเกมก็ยังดูเข้าใจง่าย เกมนี้น่าพิจารณาหากคุณชอบกลิ่นอายของเกมต่อสู้ตู้อาร์เคดคลาสสิก และมองหาตัวเลือกขนาดย่อมกว่าเกมซีรีส์สมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุด เช่นเดียวกับเกมแข่งขันเฉพาะกลุ่มอื่น ๆ ควรตรวจสอบชุมชนผู้เล่นในปัจจุบันและตัวเลือกการเชื่อมต่อก่อน กลุ่มผู้เล่นในพื้นที่ที่ดีหรือคู่ซ้อมประจำอาจสำคัญกว่ารายการฟีเจอร์ที่ครอบคลุม
Pocket Bravery | ตัวอย่างเปิดตัว — Statera Studio รับชมบน YouTube.
3. Your Only Move Is HUSTLE
Your Only Move Is HUSTLE ชวนให้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกมต่อสู้กลายเป็นลำดับของการตัดสินใจอย่างรอบคอบ คุณวางแผนการกระทำ พิจารณาผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น แล้วชมการปะทะที่ตามมา วิธีนี้เปลี่ยนความท้าทายให้มุ่งไปที่การอ่านเจตนาและทำความเข้าใจผลที่ตามมาของแต่ละท่า แทนที่จะต้องกดคำสั่งอย่างรวดเร็วภายใต้ความกดดัน รีเพลย์ที่ได้อาจดูเหมือนฉากต่อสู้แอนิเมชันสุดอลังการ ทั้งที่การตัดสินใจเกิดขึ้นทีละขั้น เกมนี้เป็นตัวเลือกที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้เล่นที่ชอบวางกลยุทธ์ แต่ไม่ใช่เกมต่อสู้แบบเรียลไทม์ทั่วไป
Your Only Move Is HUSTLE (ตัวอย่างอัปเดต) — Ivy Sly รับชมบน YouTube.
2. Skullgirls 2nd Encore
Skullgirls ผสานสไตล์ภาพแอนิเมชันอันโดดเด่นเข้ากับระบบต่อสู้แบบทีมที่ยืดหยุ่น การเลือกจำนวนตัวละครที่จะส่งลงสนามส่งผลต่อวิธีที่คุณใช้แข่งขัน และท่าสนับสนุนยังเปิดโอกาสให้สร้างแรงกดดันหรือป้องกันการตัดสินใจที่เสี่ยงได้ เนื้อหาฝึกสอนทำให้เกมนี้คุ้มค่าแก่การลอง หากคุณอยากทำความเข้าใจเกมที่เน้นการแท็กตัวละครเชิงลึก แทนที่จะเล่นผ่านรอบสบาย ๆ เพียงไม่กี่รอบ คาดได้ว่าจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับผู้เล่นมากประสบการณ์ เริ่มจากทีมที่จัดการได้ง่ายและชุดท่าที่เชื่อถือได้จำนวนเล็กน้อย ก่อนลองทำคอมโบซับซ้อนตามวิดีโอ
Skullgirls 2nd Encore – ตัวอย่างเปิดตัว — Skullgirls รับชมบน YouTube.
1. Rivals of Aether II
Rivals of Aether II ทำให้เกมต่อสู้บนแพลตฟอร์มมุ่งเน้นการเคลื่อนไหว ตำแหน่งบนสนาม และท่าเฉพาะตัวละครมากขึ้น การกลับขึ้นสู่ที่ปลอดภัยและการควบคุมพื้นที่สำคัญพอ ๆ กับการโจมตีที่หวือหวา จึงทำให้แมตช์ที่คุ้นเคยยังน่ากลับมาเล่นอีกครั้ง เกมนี้เป็นตัวเลือกเด่นสำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมต่อสู้แนวนี้จากผู้พัฒนาอิสระ ควรเรียนรู้วิธีกลับขึ้นสนามและตัวเลือกป้องกันของตัวละครที่เลือกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการโจมตีที่ดีไม่มีความหมายมากนัก หากคุณกลับขึ้นสู่สนามไม่ได้ ควรตรวจสอบข้อมูลเนื้อหาและแพลตฟอร์มในปัจจุบัน แทนที่จะอาศัยข้อมูลจากช่วงเปิดตัว
Rivals of Aether II ตัวอย่างเปิดตัวอย่างเป็นทางการ — Aether Studios รับชมบน YouTube.
ควรเริ่มเล่นเกมไหนดี?
เริ่มจาก FOOTSIES หากอยากเข้าใจเรื่องระยะห่างอย่างชัดเจน เลือก Pocket Bravery หากต้องการเกมต่อสู้สไตล์ตู้อาร์เคดแบบดั้งเดิม หรือเลือก Rivals of Aether II หากชอบการต่อสู้บนแพลตฟอร์ม Diesel Legacy เป็นอีกทางเลือกที่เน้นการเล่นเป็นทีม ส่วน HUSTLE เหมาะกับผู้เล่นที่อยากวางแผนการตัดสินใจมากกว่าลงมือทำแบบเรียลไทม์











