ที่ดีที่สุด
10 เกม Dragon Quest ที่น่าเล่นที่สุด
เลือกเกม Dragon Quest 10 ภาค ตั้งแต่เกม RPG คลาสสิกและเกมรีเมกสมัยใหม่ ไปจนถึง Builders และ Monsters พร้อมคำแนะนำจุดเริ่มต้นที่ชัดเจน
Dragon Quest มีเกมแยกย่อยหลายแนว จนการเลือกจุดเริ่มต้นอาจยากกว่าการเลือกสมาชิกคนแรกเข้าปาร์ตี้ เกมทั้ง 10 เกมที่คัดมานี้มีทั้งการผจญภัยแบบผลัดกันต่อสู้ตามขนบ การสะสมมอนสเตอร์ และเกมภาคแยกที่เน้นการก่อสร้าง เกมรีเมกยุคใหม่ระบุชื่อไว้ชัดเจน ส่วนเกมเก่าก็นำเสนอในฐานะเกมคลาสสิกจากยุคก่อน เป้าหมายคือการนำเสนอเกมที่หลากหลายโดยยังคงเสน่ห์ที่เข้าถึงง่ายของซีรีส์ไว้ เกมเวอร์ชันใหม่ไม่ได้เข้ามาแทนที่เหตุผลทุกข้อที่ทำให้เกมต้นฉบับน่าเล่นโดยอัตโนมัติ แต่ความพร้อมในการเล่นและฟีเจอร์ของแต่ละเวอร์ชันควรมีผลต่อการเลือกเกมถัดไปของคุณ
หากต้องการตัวเลือกเพิ่มเติม ลองอ่านคู่มือ เกม Final Fantasy ของเรา
10. DRAGON QUEST TREASURES
Treasures เปลี่ยนการผจญภัยในโลก Dragon Quest ให้กลายเป็นการออกตามหาของมีค่า โดยมีมอนสเตอร์เป็นเพื่อนร่วมทาง การออกสำรวจและนำสิ่งที่ค้นพบกลับบ้านทำให้เกมมีรูปแบบที่เบาสบายกว่าการผจญภัยตามเนื้อเรื่องแบบยาวตามขนบ เกมนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบเหล่าสิ่งมีชีวิตและความรู้สึกของการค้นพบในโลกนี้ แต่ต้องการประสบการณ์ที่ต่างจากการผลัดกันต่อสู้โดยใช้ปาร์ตี้ คาดหวังได้ว่าเกมภาคแยกนี้จะมีแนวทางและจุดมุ่งหมายเป็นของตัวเอง เราแนะนำเกมนี้เพราะการล่าสมบัติและการสำรวจ ไม่ใช่ในฐานะสิ่งทดแทนการวางแผนพัฒนาปาร์ตี้เชิงกลยุทธ์ในเกมภาคหลัก
ตัวอย่างเกมอย่างเป็นทางการ — Nintendo of America ตัวอย่างภาพรวมเกมเพลย์ DRAGON QUEST TREASURES — Nintendo Switch
9. DRAGON QUEST BUILDERS
Dragon Quest Builders ภาคแรกให้การก่อสร้างมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในเนื้อเรื่อง แทนที่จะวางบล็อกเพียงเพราะทำได้ คุณจะได้สร้างชุมชนขึ้นมาใหม่และนำความเข้าใจเรื่องการสร้างสิ่งของที่เพิ่มขึ้นมาใช้ช่วยให้ชุมชนเหล่านั้นดำเนินต่อไปได้ แนวทางนี้ทำให้เกมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้เล่นที่ชอบทำภารกิจให้สำเร็จในโลกแซนด์บ็อกซ์ ภาคต่อมีระบบที่ครอบคลุมกว่า แต่ภาคแรกก็ยังน่าพิจารณาเพราะการผจญภัยที่แบ่งเป็นบทอย่างกระชับ เลือกเกมนี้หากคุณต้องการเกมก่อสร้างที่สอนผ่านโจทย์ปัญหาในทางปฏิบัติ แทนที่จะปล่อยให้คุณต้องคิดโครงการทุกอย่างขึ้นมาเอง
ตัวอย่างเกมอย่างเป็นทางการ — DRAGON QUEST ตัวอย่างเปิดตัว Dragon Quest Builders — สร้างเพื่อกอบกู้โลก!
8. DRAGON QUEST MONSTERS: The Dark Prince
The Dark Prince มุ่งเน้นการผจญภัยไปที่การชักชวนมอนสเตอร์และผสมผสานพวกมันให้เป็นทีม การทดลองผสมพันธุ์ทำให้การวางแผนปาร์ตี้แตกต่างจากการเลือกเพื่อนร่วมทางที่เป็นมนุษย์และมีตัวตนอยู่แล้ว เกมนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นที่เมื่อพบมอนสเตอร์ตัวใหม่แล้วมักสงสัยว่ามันจะมีบทบาทอย่างไรในทีมที่จะจัดในอนาคต นี่คือเกมภาคแยกแนวสะสมมอนสเตอร์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนาทีมของคุณตามแบบฉบับของแนวเกมนี้ เลือกเล่นเพราะรูปแบบการเล่นดังกล่าว ไม่ใช่เพราะคาดหวังว่าจะมีโครงเรื่องหรือขนาดเกมแบบเดียวกับ Dragon Quest XI S
ตัวอย่างเกมอย่างเป็นทางการ — Nintendo of America ตัวอย่างเปิดตัว DRAGON QUEST MONSTERS: The Dark Prince — Nintendo Switch
7. Dragon Quest VIII: Journey of the Cursed King
Dragon Quest VIII พาปาร์ตี้ออกเดินทางในโลกสีสันสดใสที่ชวนให้ค่อย ๆ ซึมซับการผจญภัย ตัวละคร เมือง และการต่อสู้แบบดั้งเดิมทำให้เกมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าซีรีส์สามารถต่อยอดแนวคิดเรียบง่ายให้กลายเป็นการผจญภัยที่เต็มอิ่มได้อย่างไร เวอร์ชันที่เลือกมีความสำคัญ เพราะเวอร์ชัน PlayStation 2, Nintendo 3DS และมือถือมีรูปแบบการนำเสนอและฟีเจอร์ไม่เหมือนกันทั้งหมด เกมนี้เป็นคำแนะนำสำหรับเกมคลาสสิกจากยุคก่อน ดังนั้นควรเลือกเวอร์ชันที่ถูกลิขสิทธิ์และเล่นได้บนฮาร์ดแวร์ที่คุณมี เลือกเล่นเพื่อสัมผัสการเดินทางแบบคลาสสิกของปาร์ตี้ แทนที่จะคาดหวังว่าจะมีความสะดวกสบายครบถ้วนเหมือนเกมรีเมกยุคใหม่
ตัวอย่างเกมอย่างเป็นทางการ — Nintendo of America ตัวอย่างเปิดตัว Dragon Quest VIII: Journey of the Cursed King
6. Dragon Quest V: Hand of the Heavenly Bride
Dragon Quest V ติดตามชีวิตที่ดำเนินไปตามกาลเวลา ทำให้การต่อสู้แบบ RPG ที่คุ้นเคยมีกรอบเรื่องราวที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ครอบครัว ความรับผิดชอบที่เปลี่ยนแปลงไป และการชักชวนมอนสเตอร์เข้าร่วมทีม ล้วนเป็นเหตุผลให้เล่นต่อไปนอกเหนือจากการอัปเกรดอุปกรณ์ครั้งถัดไป เกมนี้น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้เล่นที่ต้องการให้การเล่าเรื่องของซีรีส์แตกต่างจากการผจญภัยของวีรบุรุษแบบตรงไปตรงมา เวอร์ชันที่วางจำหน่ายแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์มและภูมิภาค รวมถึงเวอร์ชันมือถืออย่างเป็นทางการด้วย ตรวจสอบเวอร์ชันก่อนซื้อ และเล่นโดยเข้าใจว่านี่คือเกมคลาสสิกที่สร้างขึ้นบนแนวคิดการออกแบบจากยุคก่อน ไม่ใช่เกม RPG โลกเปิดสมัยใหม่
5. Dragon Quest I & II HD-2D Remake
Dragon Quest I & II HD-2D Remake นำการผจญภัยระดับรากฐานของซีรีส์สองภาคมาถ่ายทอดใหม่ด้วยรูปแบบการนำเสนอร่วมสมัย จุดเด่นส่วนหนึ่งคือการได้เห็นแนวคิดพื้นฐานของซีรีส์ทำงานอย่างไรก่อนจะขยายไปสู่ปาร์ตี้ที่ใหญ่ขึ้นและการผจญภัยที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในเกมภาคหลัง นี่คือชุดเกมที่จัดอันดับหนึ่งรายการซึ่งประกอบด้วยเกมสองเกม ไม่ใช่การนำสองรายการแยกกันมาใส่เพื่อเพิ่มจำนวนเกมในลิสต์ เลือกเกมนี้หากต้องการเริ่มต้นการผจญภัยในยุคแรกของ Erdrick ด้วยเส้นทางที่เข้าถึงได้ในปัจจุบัน ควรสังเกตว่าคุณกำลังเริ่มเล่นเกมภาคไหน เพราะโครงสร้างและรูปแบบการจัดปาร์ตี้ของทั้งสองภาคแตกต่างกัน
ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ — Nintendo of America DRAGON QUEST I & II HD-2D Remake – ตัวอย่างเปิดตัว – Nintendo Switch 2
4. DRAGON QUEST VII Reimagined
Dragon Quest VII Reimagined นำเสนอการผจญภัยที่สร้างขึ้นจากการค้นพบเรื่องราวของเกาะต่าง ๆ ในมุมมองที่ทันสมัย จุดเด่นอยู่ที่เรื่องราวเล็ก ๆ ซึ่งค่อย ๆ สั่งสมจนกลายเป็นการเดินทางครั้งใหญ่ เลือกเกมนี้หากคุณชอบเกม RPG ที่พาให้ทำความรู้จักปัญหาและประวัติของแต่ละสถานที่ ก่อนจะออกเดินทางต่อ นี่คือเวอร์ชัน Reimagined ไม่ใช่เวอร์ชันเก่าสำหรับ PlayStation หรือ 3DS การเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดมีประโยชน์สำหรับผู้เล่นที่กลับมาเล่นอีกครั้ง ส่วนผู้เล่นใหม่ก็เริ่มต้นกับเวอร์ชันนี้ได้โดยมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นในตัวเอง
ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ — PlayStation Dragon Quest VII Reimagined – ตัวอย่างเปิดตัว | เกม PS5
3. DRAGON QUEST BUILDERS™ 2
Builders 2 มอบเป้าหมายทางสังคมให้กับการก่อสร้าง ผ่านเหล่าผู้อยู่อาศัยที่ใช้ประโยชน์จากสถานที่ซึ่งคุณสร้างขึ้น การรวบรวมทรัพยากรและปรับแต่งเกาะให้เป็นรูปเป็นร่างนั้นเพลิดเพลินส่วนหนึ่งเพราะโลกตอบสนองต่อผลงานของคุณ เนื้อเรื่องช่วยกำหนดทิศทาง ขณะที่การสร้างเปิดโอกาสให้คุณปรับแต่งผลงานได้ตามต้องการ เลือกเกมนี้หากคุณสนใจชุมชนที่มีชีวิตชีวาและใช้งานได้จริง มากกว่าการตกแต่งพื้นที่ว่างเปล่า ฟีเจอร์การสร้างแบบผู้เล่นหลายคนแตกต่างจากแคมเปญเล่นคนเดียว ดังนั้นก่อนนัดเล่น ควรตรวจสอบว่าคุณกับเพื่อน ๆ อยากเล่นส่วนไหนด้วยกัน
ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ — PlayStation Dragon Quest Builders 2 – ตัวอย่างเปิดตัว | PS4
2. DRAGON QUEST III HD-2D Remake
Dragon Quest III HD-2D Remake ทำให้การจัดทีมเป็นหนึ่งในความสนุกหลักของเกม การเลือกและพัฒนาเพื่อนร่วมทางทำให้คุณมีเหตุผลที่จับต้องได้ในการคิดว่าทีมทำอะไรได้บ้าง ขณะที่การสำรวจดำเนินไปตามรูปแบบการผจญภัยคลาสสิกที่พาดผ่านโลกกว้าง การนำเสนอแบบสมัยใหม่ช่วยให้เกมรีเมกนี้มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นเกม RPG แนวแอ็กชัน เลือกเกมนี้หากคุณอยากเริ่มเล่นเกมภาคสำคัญของซีรีส์ได้อย่างไม่ยาก และสนุกกับการจัดทีมด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้เข้าใจบริบทของการผจญภัยช่วงแรก ๆ ที่รวบรวมไว้ในเกมรีเมก I & II ได้ด้วย
ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ — PlayStation Dragon Quest III HD-2D Remake – ตัวอย่างเปิดตัว | เกม PS5
1. Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age — Definitive Edition
Dragon Quest XI S เป็นคำแนะนำที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับผู้เล่นที่อยากสัมผัสเสน่ห์แบบดั้งเดิมของซีรีส์ในแพ็กเกจสมัยใหม่ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหา สมาชิกในทีม เมืองต่าง ๆ และการต่อสู้แบบผลัดกันเล่นช่วยให้เกมมีจังหวะที่ชัดเจน ขณะที่เรื่องราวของตัวละครทำให้คุณมีเหตุผลที่จะผูกพันกับผู้คนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เวอร์ชันที่กล่าวถึงในที่นี้คือ Definitive Edition เลือกเล่นเกมนี้หากคุณต้องการการผจญภัยที่ยาวนานและเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน แทนที่จะเป็นเกมภาคแยกที่ทดลองแนวทางใหม่ เกมนี้ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ค่อย ๆ ใช้เวลากับโลกในเกม แทนที่จะมองทุกจุดแวะพักเป็นเพียงช่วงคั่นสั้น ๆ ระหว่างการต่อสู้
ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ — Nintendo of America DRAGON QUEST XI S: Echoes of an Elusive Age – Definitive Edition – ตัวอย่างเนื้อเรื่อง – Nintendo Switch
ควรเริ่มเล่นเกมไหนก่อน?
เริ่มด้วย XI S หากต้องการการผจญภัยสมัยใหม่ในแบบดั้งเดิม, III HD-2D Remake หากอยากสำรวจโลกพร้อมจัดทีมเอง หรือ Builders 2 หากชอบการก่อสร้างอย่างสร้างสรรค์ ส่วน The Dark Prince เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมมอนสเตอร์ V และ VIII ยังคงเป็นเกมคลาสสิกที่น่าสนใจ โดยการเลือกเวอร์ชันอย่างเป็นทางการและฮาร์ดแวร์มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับทั้งสองภาค









