ที่ดีที่สุด
5 วิดีโอเกมที่มีฉากจบเรื่องที่แย่ที่สุดตลอดกาล
ลองนึกภาพสิ่งนี้: คุณเพิ่งใช้เวลา 15 ชั่วโมงในการเล่นเกม โดยหวังว่าสิ่งที่อยู่หลังมุมสุดท้ายจะรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันเป็นปมที่เรียบร้อย คุณสังหารบอสสุดท้ายและข้ามอุปสรรคสุดท้าย โดยเตรียมตัวสำหรับซีนีมาติกที่จะรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แต่แล้วโดยไม่มีการอธิบาย ล้อหยุดหมุน และเกียร์ปฏิเสธที่จะเข้ากัน — และเครดิตเริ่มเลื่อน Congratulations, คุณถูกหลอก จบเรื่องสามารถแย่มากได้เลย
ต้องใช้很多อย่างในการสร้างจบเรื่องที่น่าพอใจสำหรับวิดีโอเกม และในขณะที่หลายคนบอกว่าการสร้างจบเรื่องมักจะง่าย แต่บางเรื่องก็ไม่น่าเชื่อถือเหมือนกับกระดาษทรายที่ใช้เช็ดหน้า ทำให้เราต้องมองเข้าไปในตัวเองเมื่อเรารู้สึกถึงการตบหน้าจากผู้ที่ทำให้เราประหลาดใจ และเชื่อฉันสิ — เหล่านี้ห้าเรื่อง ยังคง 使เราหน้าแดง
5. Fable 2

คนหนึ่งสามารถแย้งได้ว่า Fable 2 เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมในยุคนั้น โดยเต็มไปด้วยบุคลิกที่น่าประทับใจและสถานที่ที่สวยงาม แม้แต่ Lucien ที่คุณใช้เวลาทั้งเกมในการพยายามกำจัดเขา (หรือ สปายร์ ในกรณีนี้) บางคนอาจไปไกลถึงขนาดบอกว่าเรื่องราวโดยรวมเชื่อมต่อกันอย่างดี แต่มาถึงจบเรื่อง? โอ้ พูดได้ว่าไม่น่าพอใจ
หลังจากที่คุณสร้างตัวละครหรือตัวเลือกที่คุณต้องการ (ขึ้นอยู่กับว่าคุณโต้ตอบกับ Albion และคนในเมืองอย่างไร) คุณจะพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับ Lucien ที่มีอำนาจและความทะเยอทะยานที่จะครอบครองเมือง แต่เมื่อคุณเดินขึ้นไปบน Spire ที่มองเห็นได้ไม่ไกลนัก คุณจะได้รับการผ่านพ้นจากสิ่งที่ท้าทายได้ไม่มากนัก ไม่มีการต่อสู้กับบอสหรือสิ่งที่ต้องห่วงใย คุณแค่นำกล่องดนตรีออกมาและเล่นให้เขาฟัง และดูสิ — Albion ได้รับการช่วยเหลือ และคุณถูกขับออกไปนอกประตู โดยทิ้งให้คุณเก็บกระดูกที่หักไปสองสามนาทีที่แล้ว ดีมาก
4. Dead Rising

บนบรรจุภัณฑ์ Dead Rising เป็นการผสมผสานระหว่างความสนุกและความสามารถในการเล่นซ้ำ แต่เมื่อแกะออกมาแล้ว เราจะพบว่ามีเรื่องราวที่ไม่ดีนักและจบเรื่องที่ไม่น่าประทับใจ แม้จะมีจบเรื่องหลายแบบ แต่ละแบบก็ยังคงไม่น่าพอใจและไม่ดีเท่ากัน การเล่นไปจนถึงจบเรื่องนั้นเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดของเรา
เมื่อมีเวลา 72 ชั่วโมงจนกว่าจะถึงการถอนตัว และศูนย์การค้าที่เต็มไปด้วยซอมบี้ คุณสามารถใช้เวลาในแบบที่คุณต้องการ ค้นหาความลับเบื้องหลังการระบาดที่เกิดขึ้น หรือช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ — หรือแค่ซ่อนตัวในร้านของเล่นและลองเสื้อผ้าหลายแบบ ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไร จบเรื่องก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรที่น่าประทับใจ
3. Mass Effect 3

แม้ว่า Mass Effect จะใช้เวลา 99% ในการสร้างเรื่องราว แต่ 1% ที่เหลือที่เราไม่ได้ควบคุมคือที่จบเรื่อง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไรไปจนถึงการเผชิญหน้ากับบอสสุดท้าย จบเรื่องก็ไม่ได้ทำความยุติธรรมกับเรื่องราวที่คุณใช้เวลาและความพยายามในการสร้างมา ถ้าอะไรที่ไม่ดี จบเรื่องก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการทำลายทุกอย่างที่คุณทำมา
Mass Effect เป็นหนึ่งในซีรีส์วิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล และเป็นผลงานที่ดีที่สุดของ BioWare แต่จบเรื่องของ Mass Effect 3 ก็ทำร้ายชื่อเสียงของซีรีส์และ BioWare จนถึงทุกวันนี้ ผู้เล่นและนักวิจารณ์ยังคงกลับมาที่ตอนนี้เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อจบเรื่องที่ไม่ดี
2. Borderlands

แม้ว่า Borderlands อาจไม่ใช่เกมที่มีเรื่องราวที่หนักหน่วง แต่ก็เป็นเกมที่น่าประทับใจในยุคนั้น และเป็นเกมที่ Gearbox พบว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษ และใช้โอกาสนี้ในการสร้างซีรีส์ที่มีเกมหลายภาค แต่จบเรื่องของเกมแรกนั้นเป็นเรื่องที่น่าอาย
หลังจากเดินทางไปทั่ว Pandora ในการค้นหาวอลต์ที่มีชื่อเสียง และเก็บของทุกอย่างที่ไม่ได้ถูกยึด คุณจะพบว่าตัวเองอยู่ที่หน้า Vault ที่คุณเชื่อว่าจะมีของมีค่าอยู่ แต่แทนที่จะเป็นของมีค่า คุณพบว่ามีเพียงบอสเท่านั้น ไม่มีของมีค่าหรือแม้แต่การยอมรับ คุณแค่ต้องสู้กับบอสและออกไปนอกประตู ขอบคุณที่เล่น
1. Far Cry 5

นอกจากตัวละครที่ไม่มีเสียงและรูปแบบการเล่นที่ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก Far Cry 5 ก็ไม่ใช่เกมที่แย่มาก แต่เมื่อคุณนึกถึงจบเรื่อง คุณจะจำได้ว่าทำไมมันถึงได้รับการตอบรับที่ไม่ดี
เหมือนกับเกมอื่น ๆ ในซีรีส์ คุณต้องล้มล้างผู้นำที่มีอำนาจและครอบครัวที่มีอำนาจ โดยทำงานร่วมกับกลุ่มกบฏเพื่อนำความสงบสุขกลับมาให้กับดินแดนที่ถูกทำลาย แต่ Joseph Seed ผู้นำของกลุ่มกบฏนั้นแตกต่างจากผู้นำอื่น ๆ เพราะเขาไม่สามารถถูกทำลายได้ แม้หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงในการยึดดินแดนและเข้าใกล้ฐานทัพสุดท้าย Seed ก็ยังคงสามารถหัวเราะสุดท้ายได้ โดยให้คุณจบเรื่องสองแบบที่คุณแพ้สงคราม









